วันอังคาร , เมษายน 20 2021
Breaking News
You are here: Home / ข้อมูล ผอ.เบาะแส / โครงการบริหารเครือข่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัย University Education Network Administration Project

โครงการบริหารเครือข่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัย University Education Network Administration Project

ดร.เสกสรรณ ประเสริฐ (ผอ.เบาะแส)

โครงการบริหารเครือข่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัย

(University Education Network Administration Project)

*******สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย*******

1. ชื่อโครงการ         “ โครงการบริหารเครือข่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัย ”

2. หลักการและเหตุผล

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตลอดระยะเวลามากกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ประชาชนในสังคมส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท ประชาชนที่ขาดความรู้มักจะตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นเครื่องมือให้กับกลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมืองที่ใช้การซื้อเสียงเพื่อให้สมาชิกของตนเข้าทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการลงทุนจึงได้มีการถอนทุนตามมา ประชาชนมิได้มีความเข้าใจในระบบการเมือง ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่จะมีใจความสำคัญว่า “ประชาชนไทยทุกคนต้องรู้กฎหมาย” ประชาชนทั่วไป นักสังคมสงเคราะห์ อาสาสมัคร จิตรอาสา และนักธุรกิจเครือข่าย ส่วนใหญ่ยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จากการค้นข้อมูล    ประชากรในประเทศจำนวนร้อยละ 91 ยังไม่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (สืบค้นจาก  https://www.weforum.org/agenda/2018/09/heres-how-we-prepare-asean-youth-for-the-future เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563) จากการศึกษารายละเอียดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในสังคมไทย การศึกษาของประชาชนเป็นสาเหตุหลักของการพัฒนาประเทศที่ไม่ประสบความสำเร็จ ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่เช่นเดิม ด้วยการที่ประชาชนมีการศึกษาน้อย ขาดการหล่อหลอมความเป็นผู้ที่มีคุณธรรม ขาดการหล่อหลอมการใช้กระบวนการทางความคิดให้รู้จัก ผิด ชอบ ชั่ว ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประชาชนขาดการพิจารณาว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก มีพฤติกรรมเลียนแบบเกิดขึ้นมากมาย การกระทำตามในสิ่งที่ผู้ใหญ่ได้กระทำไว้กลายเป็นแบบอย่างในทางที่ผิดให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง จึงเกิดคำพูดเกี่ยวกับ การเป็นสองมาตรฐาน ไม่มีความเป็นธรรม และระบบอุปถัมภ์นำหน้า เกิดให้เห็นอย่างเด่นชัดในสังคมการดำรงชีวิตของประชาชน

หลักสูตรนวัตกรรมสืบสวนสอบสวน ขององค์กรสืบสวนเบาะแส BFI จึงเกิดขึ้นเป็นวิชาที่จำเป็นต้องใช้ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตของทุกคนในสังคม กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ ที่มีการนำมาบังคับใช้ในทุกยุคทุกสมัยก็มีการออกกฎหมายบังคับให้ประชาชนทุกคนต้องรู้กฎหมาย ดังนั้นวิชาความรู้ทั่วไปทางด้านกฎหมายจึงเป็นวิชาบังคับที่ผู้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาต้องลงทะเบียนเรียน และในส่วนของการสื่อสารก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งนอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์ การสื่อสารมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในสังคมมีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นยุคโลกาภิวัตน์ เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารมีประโยชน์ทั้งในแง่บุคคลและสังคมทำให้มีความรู้และโลกทัศน์ที่กว้างขวางขึ้นเป็นกระบวนการที่ทำให้สังคมเจริญก้าวหน้าเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า หัวใจของศาสตร์ทุกศาสตร์คือการสื่อสาร และยุคนี้ นวัตกรรมการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในยุคของการมีส่วนร่วม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาองค์กรในยุคที่มีฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่แปลความหมายว่า รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต (มาลี บุญศิริพันธุ์, 2563. สืบค้นจาก https://news.thaipbs.or.th/content/292126  เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563 ) โดยเฉพาะองค์กรสืบสวนเบาะแส ในสังกัดของมูลนิธิเบาะแสซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมโดยใช้พลังจากสื่อมวลชน (Mass Media) และพลังจากนักข่าวพลเมือง (Citizen Journalist) ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่รวมทั้งเป็นผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์จริง โดยใช้พลังที่มีคุณภาพทั้งสองนี้เป็นเครื่องมือสร้างความเป็นธรรมพร้อมทั้งช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ออกสู่สาธารณชน ดังนั้นเมื่อนักข่าวพลเมืองได้เข้ามามีส่วนร่วม จึงทำให้การปกป้องและสร้างความเป็นธรรมมุ่งไปสู่เป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งเกิดความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร นั่นก็คือความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งบุคลากรที่มาจากนักข่าวพลเมืองจะรู้สึกพึงพอใจในผลงานที่เกิดขึ้น และเกิดความรู้สึกของการมีคุณค่าในตนเอง มีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของและผูกพันกับองค์กรส่งผลทำให้องค์กรมีคุณภาพ (ประทีป จันทรสิงห์, 2549) โดยที่ในปัจจุบันนักข่าวพลเมืองกลายเป็นผู้พลิกโฉมหน้าโลกของงานข่าวสมัยใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี จากเดิมที่ส่วนใหญ่งานข่าวนั้นเป็นเพียงหน้าที่และการทำงานของนักข่าวมืออาชีพเท่านั้น แต่ปัจจุบันงานข่าวกลับพลิกโฉมหน้าเป็นงานข่าวในมิติของประชาชนทั่วไป ที่ทำขึ้นในบทบาทของนักข่าวพลเมืองที่ช่วยเติมเต็มงานข่าวของนักข่าวมืออาชีพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น (ศุภนิตย์ วงศ์ทางสวัสดิ์, 2552) การมีส่วนร่วมของนักข่าวพลเมืองนี้ จึงเป็นกระบวนการที่นักข่าวพลเมืองได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนการปฏิบัติงาน การตัดสินใจ ความรับผิดชอบ การประเมินผล รวมทั้งด้านการแสดงความคิดเห็น โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญในทางการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น (มธุรดา ศรีรัตน์, 2559) ในส่วนของการข่าวสืบสวนสอบสวนนั้นเป็นการปฏิบัติงานด้วยวิธีการค้นคว้าและแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการสืบสวนเบื้องลึกเบื้องหลังของข่าว จนกระทั่งได้ความจริงและข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ มีหลักฐานพิสูจน์และตรวจสอบได้ โดยมีการทำงานอย่างเป็นระบบมีกระบวนการแล้วจึงรายงานหรือนำเสนอข่าวนั้นผ่านเครื่องมือสื่อสารหรือสื่อมวลชน (Mass Media) ด้วยแพลตฟอร์ม (Platform) ต่างๆ ไปสู่ยังสาธารณชนทั่วไปและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางหนึ่งทางใด (เสกสรรณ ประเสริฐ, 2562) ซึ่งข่าวสืบสวนสอบสวนนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสังคมประชาธิปไตย ในกรณีที่ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐผ่านทางสื่อมวลชนที่ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความรับผิดชอบ มีความเป็นกลางและมีจิตสำนึกในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของสังคม (มาลี บุญศิริพันธ์, 2555, น. 5-8)   

นวัตกรรมสืบสวนสอบสวน จึงเป็นวิชาที่ผู้ดำเนินโครงการนี้สำเร็จระดับชั้นปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขานิเทศศาสตร์นวัตกรรม โดยทำดุษฎีนิพนธ์หัวข้อ “การพัฒนากระบวนการสื่อข่าวเชิงสืบสวน” ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์ฉบับแรกของประเทศไทยในระดับชั้นปริญญาเอกขณะนี้ และได้จัดทำบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ SSRN ซึ่งปี 2020 บทความนี้ติดระดับ 1 ใน 10 ของข้อมูลระดับนานาชาติ (Top Ten) เป็นบทความทางวิชาการเรื่อง “กระบวนการทำข่าวเชิงสืบสวน” จากงานวิจัยในหัวข้อ “การพัฒนากระบวนการสื่อข่าวเชิงสืบสวน” (สืบค้นจาก  https://papers.ssrn.com/sol3/topten/topTenResults.cfm?groupingId=3424408&netorjrnl=jrnl เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2563)

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น มูลนิธิเบาะแส โดยการนำของ ดร.เสกสรรณ ประเสริฐ ได้สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมตลอดระยะเวลามากกว่า 22 ปีที่ผ่านมาโดยได้นำมูลนิธิเบาะแสขับเคลื่อนค้นหาผู้นำทางความคิด (Opinion Leader) พร้อมทั้งสร้างพลังมวลชนหรือนักข่าวพลเมืองผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยตั้งเป็นเครือข่ายผู้รักความเป็นธรรมประจำท้องถิ่น เช่น หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และภาคต่างๆ รวม 10 ภาคทั่วประเทศ เพื่อเป็นการปกป้องตนเองและบุคคลรอบข้างให้เกิดความเป็นธรรม รวมทั้งได้ให้ความรู้ในหลักสูตรระยะสั้นแก่ประชาชนในสังคมที่เข้าร่วมกับองค์กรมูลนิธิเบาะแส และในส่วนที่ไม่ได้เข้าร่วม สิ่งที่น่าสังเกตได้ชัดเจนคือบุคลากรที่ได้เข้าร่วมกับองค์กรมูลนิธิเบาะแสจะได้รับความรู้ที่มีกระบวนการทางความคิด (Design Thinking) อย่างเป็นระบบ มีความรู้รอบด้าน สามารถนำเอาความรู้ต่างๆ หลากหลายด้านไปประยุกต์ใช้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นการนำพาไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าถ้าประชาชนมีการศึกษาสามารถใช้ความรู้ไปในทางที่ถูกต้อง มีจิตสำนึกสาธารณะจะเป็นการนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ได้ผลสมบูรณ์ ดังนั้นการที่องค์กรมูลนิธิเบาะแสได้จัดสร้างโครงการบริหารเครือข่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัย จึงเป็นการนำร่องด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศด้วยการบูรณาการอย่างมีระบบ รวมทั้งจากการศึกษาข้อมูลประชาชนส่วนใหญ่ยังมีการศึกษาไม่ถึงระดับชั้นปริญญาตรี นักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติ รวมทั้งผู้ที่เตรียมความพร้อมที่จะเป็นนักการเมืองที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรียังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก และเพื่อเป็นการพัฒนาประเทศร่วมกัน จึงควรสร้างนักการเมือง ผู้ทำงานด้านการเมือง นักข่าวพลเมือง นักจิตอาสาเพื่อสาธารณะเหล่านี้ให้มีการศึกษาอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำทางความคิดที่สามารถนำพาประชาชนไปสู่เป้าหมายในทางที่ถูกต้องด้วยการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกกับมหาวิทยาลัยที่มีวิสัยทัศน์ และพร้อมพัฒนาองค์ความรู้ต่อยอดแบบบูรณาการไปพร้อมกับการขับเคลื่อนโดยคณะทำงานของมูลนิธิเบาะแสในส่วน Borsae Academy ซึ่งมีคณะทำงานอยู่ทั่วประเทศโดยใช้ระบบเครือข่ายเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นต่อไป

3. วัตถุประสงค์

1.เพื่อจัดหาผู้ที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทุกคณะสาขาวิชาในปริมาณมากทั้งภาคปกติ และภาคสมทบ

2.เพื่อบูรณาการรูปแบบการเรียนการสอนตามความต้องการของกลุ่มผู้ศึกษายุคที่มีฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)

3.เพื่อขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการมีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยการมีนักศึกษาเข้าศึกษาอย่าต่อเนื่องและสำเร็จออกไปอย่างมีคุณภาพและนำความรู้ต่อยอดไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป

4.เพื่อสร้างบุคคลากรทางด้านการศึกษาให้มีความแข็งแกร่งในวิชาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เพื่อถ่ายทอดให้แก่ผู้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ต่อเนื่องอย่างมั่นคงและยั่งยืน

5.เพื่อจัดหาเพิ่มหลักสูตรใหม่ที่มีประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

6.เพื่อเปิดคณะที่ยังไม่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ

7.เพื่อเตรียมการจัดตั้ง วิทยาลัยนวัตกรรมสืบสวนสอบสวน สังกัดมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับรองรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก สาขานวัตกรรมสืบสวนสอบสวน และสาขาอื่นๆ ตามความเหมาะสมของระบบการเรียนการสอนแนวใหม่ในยุค New Normal

8.เพื่อเตรียมการขยายและจัดตั้ง วิทยาเขตหรือสาขาของมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับรองรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทุกคณะ ทุกสาขา ทั้ง 10 ภาคทั่วประเทศ ตามความเหมาะสมของระบบการเรียนการสอนแนวใหม่ในยุค New Normal

9.เพื่อดำเนินการบริหารจัดการตนเอง ด้านรายได้ และค่าใช้จ่ายของโครงการนี้อย่างเหมาะสมระหว่างคณะทำงานที่ตั้งขึ้นเพื่อบริหารงานโครงการบริหารเครือข่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ

4. เป้าหมายหลัก

ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

  1. จิตอาสาเพื่อสังคมทั่วประเทศ
  2. อาสาสมัครตำรวจบ้านทั่วประเทศ
  3. อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรียนทั่วประเทศ
  4. อาสากู้ภัยทั่วประเทศ
  5. สมาชิกผู้ทำธุรกิจเครือข่ายทั่วประเทศ
  6. บุตร หลานของสมาชิกองค์กรสืบสวนเบาะแส BFI ทั่วประเทศ
  7. บุตร หลานของสมาชิกอาสาสมัครด้านต่างๆ ทั่วประเทศ
  8. ผู้ที่ต้องการสอบบรรจุเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในระดับชั้นสัญญาบัตร
  9. ผู้ที่ต้องการสอบบรรจุเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในระดับชั้นสัญญาบัตรโดยการสมัครเข้ารับราชการทหารเมื่อครบกำหนดการเกณฑ์ทหารอายุ 21 ปี โดยขอผ่อนผันขณะศึกษาในระดับปริญญาตรี
  10. ข้าราชการ ทหาร ตำรวจชั้นประทวนต้องการสอบเลื่อนชั้นเป็นสัญญาบัตร

บุคคลที่เกี่ยวข้อง

  1. อาจารย์ และนักวิชาการสังกัดทีมงาน Borsae Academy
  2. นักธุรกิจเครือข่ายทั่วประเทศที่เข้าร่วมดำเนินโครงการ
  3. คณะผู้ทำงานการเมืองจากพรรคการเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ
  4. คณะผู้บริหาร องค์กรสืบสวนเบาะแส BFI ประจำตำบล อำเภอ จังหวัด และภาคต่างๆ ทั้ง 10 ภาคทั่วประเทศ

5. ผู้รับผิดชอบโครงการ

ดร.เสกสรรณ ประเสริฐ (ผอ.เบาะแส) ประธานมูลนิธิเบาะแส (เพื่อความเป็นธรรมในสังคม) สถานที่ติดต่อเลขที่ 199/73 หมู่ 1 มูลนิธิเบาะแส ถนนรังสิต-นครนายก 68 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130 โทรศัพท์ 081 404 2002  โทรสาร 02 199 7227  E-mail : seksonborsae@gmail.com    Line ID : borsae0001

6. วิธีการดำเนินการ

1. จัดสัมมนาหัวข้อ “นวัตกรรมข่าวสืบสวนเพื่อคุณภาพชีวิตพลเมืองไทยในยุคภยันตรายรอบด้าน” โดยใช้วิธีออนไลน์ด้วยอุปกรณ์ Application Line หลักสูตรระยะสั้น 12 วัน วันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง ช่วงเวลาระหว่าง 19.00 – 20.30 นาฬิกา เพื่อเตรียมบุคลากรสำหรับเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ ในทุกระดับชั้นปริญญา

2. จัดสัมมนาหัวข้อ “นวัตกรรมข่าวสืบสวนเพื่อคุณภาพชีวิตพลเมืองไทยในยุคภยันตรายรอบด้าน” โดยใช้วิธี ห้องสัมมนาของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ หลักสูตรระยะสั้น 2 วัน เพื่อเตรียมบุคลากรสำหรับเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

3. ใช้เครือข่ายมวลชนที่รักความเป็นธรรมทั่วประเทศสังกัดองค์กรสืบสวนเบาะแส BFI ชักชวนผู้สนใจเข้าศึกษาต่อเนื่องจากทั่วประเทศกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

4. ใช้เครือข่ายผู้ที่ต้องการสมัครเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ได้แก่ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) และผู้ปฏิบัติงานด้านการเมืองจากทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

5. ใช้เครือข่ายผู้ที่ต้องการสมัครเป็นนักการเมือง หรือทำงานการเมืองระดับชาติ ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) คณะกรรมาธิการด้านต่างๆ จากทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

6. ใช้ผู้ที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าเป็นผู้ชักชวนบุคคลรอบข้างเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

7. สร้างเครือข่ายข้าราชการ ทหาร ตำรวจจากทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อปรับเลื่อน ยศ เลื่อนตำแหน่ง

8. ใช้กระบวนการชักชวนผู้ทำธุรกิจเครือข่ายจากทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

9. ใช้ระบบธุรกิจเครือข่ายดำเนินการให้ผู้สนใจในสายงาน (Down line) จากทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญาไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจเครือข่ายเพื่อการพัฒนาประเทศแบบบูรณาการ

10.ใช้ระบบช่องทางการสื่อสารในรูปแบบ สื่อใหม่ (New Media) ได้แก่ Website Facebook Application-Line Instagram Twitter ดำเนินการสร้างผู้ที่สนใจตามข้อ 1 ถึงข้อ 9 จากทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการในทุกระดับชั้นปริญญา

11.ให้ความรู้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ทุกคณะและสาขาวิชา  ในด้าน นวัตกรรมสืบสวนสอบสวน เพื่อเสริมสร้างให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการเป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance) ออกสู่สังคมทั่วประเทศ

12. เป็นที่ปรึกษาอิสระแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

13. วางแผนและติดตามระบบการชำระเงินค่าลงทะเบียนเข้าบัญชีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการของนักศึกษาทุกระดับชั้นปริญญา

7. ระยะเวลา

โครงการนี้ใช้ระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่อง 15 ปี

8. สถานที่

          ใช้สถานที่ มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ สถานที่หน่วยราชการทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการนี้ สำนักงานใหญ่มูลนิธิเบาะแส ศูนย์ประสานงานขององค์กรสืบสวนเบาะแส ประจำตำบล ประจำอำเภอ ประจำจังหวัด และประจำภาคทั้ง 10 ภาคทั่วประเทศ

9. งบประมาณ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………    

10. ผลผลิต/ผลลัพธ์/ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

แสดงข้อมูลผลผลิต/ผลลัพธ์ ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการ

โครงการนี้ใช้ระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 15 ปี โดยแบ่งช่วงเวลาเป็น 10 ระดับ มีนักศึกษาที่จะเข้าศึกษาจำนวนคนต่อปีการศึกษาดังนี้

  1. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 1 ถึงสิ้นปีที่ 1   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน  100  คนต่อปี
  2. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 2 ถึงสิ้นปีที่ 2   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   200  คนต่อปี
  3. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 3 ถึงสิ้นปีที่ 3   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   300  คนต่อปี
  4. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 4 ถึงสิ้นปีที่ 4   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   400  คนต่อปี
  5. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 5 ถึงสิ้นปีที่ 5   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   500  คนต่อปี
  6. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 6 ถึงสิ้นปีที่ 6   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   600  คนต่อปี
  7. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 7 ถึงสิ้นปีที่ 7   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   700  คนต่อปี
  8. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 8 ถึงสิ้นปีที่ 8   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   800  คนต่อปี
  9. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 9 ถึงสิ้นปีที่ 9   ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน   900  คนต่อปี
  10. ระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ 10 ถึงสิ้นปีที่15 ผลผลิตนักศึกษาเข้าใหม่จำนวน 1,000 คนต่อปี

แสดงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการ

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท   100 คนเท่ากับ        7,500,000 บาทต่อปี

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท   200 คนเท่ากับ       22,500,000 บาทต่อปี    

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท   300 คนเท่ากับ       37,500,000 บาทต่อปี

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท   400 คนเท่ากับ       52,500,000 บาทต่อปี

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท   500 คนเท่ากับ        67,500,000 บาทต่อปี

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท   600 คนเท่ากับ        82,500,000 บาทต่อปี

ค่าลงทะเบียนโดยเฉลี่ยต่อคน 150,000 บาท 1,000 คนเท่ากับ      120,000,000 บาทต่อปี

11. วิธีการประเมินผลและดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ

– ความสำเร็จของโครงการตรวจสอบได้จากจำนวนนักศึกษาข้อมูลฝ่ายทะเบียนประจำปีของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ

– ตรวจสอบการชำระค่าสมัครและค่าลงทะเบียนของนักศึกษาจากฝ่ายการเงินของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ

ลงชื่อ………………………………………………………..ผู้เสนอโครงการ

                             (          ดร.เสกสรรณ ประเสริฐ          )

ลงชื่อ………………………………………………………..ผู้เห็นชอบโครงการ

                           (                                                )

ประวัติ และผลงานย่อ ผอ.เบาะแส http://borsae.org/?p=1014

ผอ.เบาะแส ดร.เสกสรรณ ประเสริฐ ผู้นำองค์กรสืบสวนเบาะแส BFI นำเสนอ-นวัตกรรมสืบสวนสอบสวน ยุค New Normal

https://www.youtube.com/watch?v=wfSyLW8DXSg

About borsae-admin

ปราบคอร์รัปชันและช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม ติดต่อ LineID: borsae0001

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top