วันเสาร์ , กันยายน 23 2017
Breaking News
You are here: Home / ผลงานของทีมงานเบาะแส / มหากาพย์ ม.สันติภาพโลกกับ ผอ.เบาะแส

มหากาพย์ ม.สันติภาพโลกกับ ผอ.เบาะแส

 

หลังจาก ผอ.เบาะแสได้ลงพื้นที่เข้าไปทำการสืบสวนนั้น ก็ทำให้ได้พบกับพิรุธและความไม่ชอบมาพากลในพฤติกรรมหลายอย่าง อาทิเช่น การเรียกเอาเงินค่ารับใบปริญญา และการพิจารณาบุคคลที่มารับปริญญากิตติมศักดิ์ของแต่ละคน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์และยิ่งกว่านั้น เมื่อสืบสวนลงไปลึกกว่านั้น สถานที่ ที่ มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก อ้างว่าเป็นมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่รัฐฟลอริดา นั้นเป็นเพียง โรงจอดรถเก่า ๆ ซึ่งมีเจ้าของเป็นคนไทย

สถานที่ที่อ้างว่าเป็นมหาลัยสันติภาพโลก

สถานที่ที่อ้างว่าเป็นมหาลัยสันติภาพโลก

 

โอละพ่อ งานนี้ความจริงก็ปรากฏ แต่ สกอ. กลับนิ่งเฉยและไม่ยอมฟันธงความผิด ในขณะเดียวกันนั่นเองสื่อต่างๆ ที่เข้าข้างมหาลัยสันติภาพก็เขียนเนื้อหาโจมตี ผอ.เบาะแส ว่าเป็นบุคคลที่ไม่น่าใว้ใจเพื่อเป็นการดิสเครดิต แต่ในขณะเดียวกันนั้น สังคมก็เริ่มจับตามองมากขึ้น สาเหตุเพราะว่า การได้ใบปริญญามาได้โดยง่าย มันเป็นอะไรที่เอาเปรียบคนที่เรียนมา เพราะฉะนั้นสังคมจึงจับตามองเรื่องนี้เป็นพิเศษ และแล้วความยุติธรรมก็เริ่มปรากฏเมื่อ ผอ.เบาะแส ได้รับเชิญให้ไปออกรายการทีวีตามช่องต่างๆ เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมหาลัยสันติภาพโลก ทำให้เรื่องนี้  DSI. ต้องเรียกตัว ผู้บริหารของ มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ไปตรวจสอบและเมื่อสอบสวนจึง แจ้งข้อกล่าวว่า ได้กระทำความผิด พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษา , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐ และ ฉ้อโกงประชาชน โดยเจ้าตัวปฏิเสธทุกกรณี ทั้งที่หลักฐานที่ ผอ.เบาะแส และ DSI. ได้สืบสวนพบนั้นมันประจักษ์แก่สายตาคนไทยทั้งประเทศ แต่อธิการบดีของมหาลัยสันติภาพ ก็ยังอ้างว่า ตนเองนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด โดยได้กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก นั้นไม่ขึ้นตรงกับ สกอ. เพราะเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เมื่อเป็นเช่นนี้  ผอ.เบาะแส จึงร่อนหนังสือร้องเรียนไปยัง สกอ.เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีกับ  มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก  ในข้อหาหลายกระทง ตามเอกสารที่อยู่ด้านล่างนี้

ทำให้ สกอ. ต้องเชิญ ผอ.เบาะแส เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม ในขณะนั้นเอง  มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก สาขาปากีสถาน  ก็ถือกำเนิดขึ้นมา   ส่งผลให้เรื่องขยายต่อไปเรื่อยๆ เมื่อทำการสืบทราบข้อมูลไปตามที่อยู่ ที่อ้างว่าเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศปากีสถานนั้น กลับพบว่า เป็นเพียงที่อยู่ของ นาย Aubdul  Waheed  ชาวปากีสถาน ซึ่งเป็นสามีของนางประภาจิต  สว่างพัฒนา แล้ว ประภาจิต  สว่างพัฒนา คือใคร..??

นาง ประภาจิต สว่างพัฒนา ก็คือ นายทะเบียนฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกนั่นเอง  เรื่องนี้ชักจะมีเงื่อนงำน่าติดตามเสียแล้ว อย่างไรก็ต้องคอยจับตาดูว่าท่าทีของ DSI. จะดำเนินคดี  มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก  ในข้อหาใดบ้าง โปรดติดตามตอนต่อไปครับ…………

 

About borsae-admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Scroll To Top