Headlines

บทนำการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคลในนิเทศศาสตร์เชิงสืบสวน

ครั้งที่ 1 บทนำการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคลในนิเทศศาสตร์เชิงสืบสวน

เอกสารประกอบการสอน

รายวิชา นศ463315 การฝึกงาน หรือการศึกษาเฉพาะบุคคล
สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน (ระบบการศึกษาทางไกล)

โดย อาจารย์ ดร. เสกสรรณ ประเสริฐ

คำนำ

          ตำราเรียนฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนรายวิชา นศ463315 การฝึกงาน หรือการศึกษาเฉพาะบุคคล ในหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถบูรณาการองค์ความรู้จากรายวิชาหลักในหลักสูตรเข้ากับประสบการณ์การทำงานจริง ผ่านการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ในรูปแบบ Independent Study อย่างเป็นระบบ มีจริยธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ

          ตำรานี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 10 หน่วยการเรียน แต่ละหน่วยประกอบด้วยเนื้อหาทางทฤษฎี การประยุกต์ใช้เชิงปฏิบัติ คำถามอัตนัย แบบทดสอบปรนัยพร้อมเฉลย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองตามแนวทางการศึกษาทางไกล

วัตถุประสงค์ของตำรา

  1. เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจแนวคิด ทฤษฎี และจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับงานสื่อสารการสืบสวนสอบสวน
  2. เพื่อส่งเสริมการบูรณาการความรู้จากรายวิชาต่าง ๆ สู่การปฏิบัติงานจริงและการศึกษาเฉพาะบุคคล
  3. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในการวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการศึกษา และประยุกต์ใช้ความรู้ในวิชาชีพ

บทนำเชิงหลักสูตร

          รายวิชา นศ463315 การฝึกงาน หรือการศึกษาเฉพาะบุคคล เป็นรายวิชาบูรณาการขั้นสูง (Capstone Course) ของหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน (ระบบการศึกษาทางไกล) มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษานำองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้สะสมตลอดหลักสูตร มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้กับบริบทการทำงานจริงหรือประเด็นเฉพาะทางที่ตนสนใจอย่างเป็นระบบ

รายวิชานี้มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากรายวิชาทั่วไป กล่าวคือ มิได้มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เน้นการทบทวน บูรณาการ และต่อยอดองค์ความรู้จากรายวิชาหลัก เช่น การรายงานข่าวสืบสวน การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา การบริหารจัดการความขัดแย้ง และการสื่อสารเพื่อสันติภาพ และการบริหารจัดการความขัดแย้ง

ผู้เรียนจะต้องเลือกประเด็นการศึกษา (Independent Study Topic) ที่สอดคล้องกับประสบการณ์การทำงานในอดีตหรือปัจจุบัน ภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา โดยดำเนินการศึกษาในลักษณะกึ่งวิชาการกึ่งวิชาชีพ มีความเข้มข้นของเนื้อหามากกว่ารายงานทั่วไป แต่ไม่ถึงระดับสารนิพนธ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประกอบวิชาชีพด้านนวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวนอย่างมีคุณภาพและจริยธรรม

โครงสร้างหน่วยการเรียน

ครั้งที่ 1

บทนำการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคลในนิเทศศาสตร์เชิงสืบสวน

1. ความเป็นมาและความสำคัญของรายวิชาการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคล

          การจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขานิเทศศาสตร์และการสื่อสารเชิงสืบสวนสอบสวน มิได้มุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงทฤษฎี หากแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง รายวิชา การฝึกงาน หรือ การศึกษาเฉพาะบุคคล (Independent Studies) จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นรายวิชาบูรณาการขั้นปลาย (Capstone Course) ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทั้งหมดในหลักสูตรเข้ากับบริบทการทำงานจริงของผู้เรียน

ในระบบการศึกษาทางไกล ผู้เรียนส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานอยู่แล้ว รายวิชานี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้นำประสบการณ์ดังกล่าวมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดทำเป็นรายงานเชิงวิชาการ ภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา อันเป็นการยกระดับประสบการณ์ภาคปฏิบัติให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าในเชิงวิชาการและวิชาชีพ

2. ความหมายและลักษณะของการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคล

          การฝึกงาน (Internship) หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเข้าปฏิบัติงานจริงในองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชา เพื่อเรียนรู้บทบาท หน้าที่ ทักษะ และวัฒนธรรมการทำงาน ขณะที่

          การศึกษาเฉพาะบุคคล (Independent Studies) เป็นการศึกษาด้วยตนเองในประเด็นที่ผู้เรียนสนใจหรือสอดคล้องกับประสบการณ์ทำงาน โดยมีอาจารย์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา

ทั้งสองรูปแบบมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติ วิเคราะห์ปัญหาเชิงวิชาชีพ และพัฒนาศักยภาพการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) อย่างเป็นระบบ

3. แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning)

          แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning) เป็นรากฐานสำคัญของรายวิชานี้ โดยเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเกิดจากการสะท้อนคิด (Reflection) ต่อประสบการณ์จริง ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการ 4 ขั้น ได้แก่

  1. การมีประสบการณ์ตรง
  2. การสะท้อนคิดจากประสบการณ์
  3. การสรุปเป็นแนวคิดหรือทฤษฎี
  4. การนำไปประยุกต์ใช้

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจปัญหาเชิงลึก เห็นความเชื่อมโยงขององค์ความรู้ และสามารถนำไปใช้ในการพัฒนางานด้านนวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. บทบาทของนิเทศศาสตร์เชิงสืบสวนในบริบทสังคมร่วมสมัย

นิเทศศาสตร์เชิงสืบสวนมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบอำนาจ เปิดเผยข้อเท็จจริง และสร้างความโปร่งใสให้กับสังคม นักสื่อสารเชิงสืบสวนจำเป็นต้องมีทั้งความรู้ด้านการรายงานข่าว การสืบค้นข้อมูล การบริหารจัดการความขัดแย้ง การเจรจาต่อรอง ตลอดจนความเข้าใจด้านอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา

รายวิชานี้จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทบทวนบทบาทดังกล่าว ผ่านการวิเคราะห์ประสบการณ์ทำงานจริง และพิจารณาผลกระทบของการสื่อสารต่อสังคมในมิติทางกฎหมาย จริยธรรม และสันติภาพ

5. ความคาดหวังของรายวิชาและผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อสิ้นสุดการเรียนในครั้งนี้ ผู้เรียนคาดว่าจะสามารถ

  • อธิบายแนวคิดและความสำคัญของการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคลได้อย่างถูกต้อง
  • เชื่อมโยงองค์ความรู้จากรายวิชาต่าง ๆ ในหลักสูตรเข้ากับประสบการณ์ทำงานของตน
  • พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการเขียนเชิงวิชาการ
  • ตระหนักถึงจรรยาบรรณและความรับผิดชอบของนักสื่อสารเชิงสืบสวน

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก Rubric การประเมินการศึกษาเฉพาะบุคคล (Independent Study)

          การประเมินผลการศึกษาเฉพาะบุคคลของรายวิชา นศ463315 ใช้เกณฑ์การประเมินแบบ Rubric เพื่อสะท้อนคุณภาพของผลงานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเนื้อหา กระบวนการศึกษา และการประยุกต์ใช้เชิงวิชาชีพ โดยมีองค์ประกอบการประเมินดังนี้

  1. การกำหนดประเด็นและความสำคัญของหัวข้อ                                    (15 คะแนน)
    พิจารณาความชัดเจน ความเหมาะสม และความเชื่อมโยงของหัวข้อการศึกษากับประสบการณ์การทำงานและศาสตร์ด้านนวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน
  2. กรอบแนวคิด ทฤษฎี และการทบทวนเอกสาร                                     (10 คะแนน)
    พิจารณาการเลือกใช้แนวคิด ทฤษฎี และงานวิชาการที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม ถูกต้อง และสามารถนำมาใช้เป็นกรอบการวิเคราะห์ได้จริง
  3. กระบวนการศึกษาและการวิเคราะห์                                               (15 คะแนน)
    พิจารณาความเป็นระบบของวิธีการศึกษา การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์ข้อมูลอย่างมีเหตุผล
  4. การประยุกต์ใช้กับการทำงานหรือวิชาชีพ                                         (15 คะแนน)
    พิจารณาความสามารถในการเชื่อมโยงผลการศึกษากับการปฏิบัติงานจริง การแก้ปัญหา หรือการพัฒนางานด้านการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน
  5. การเขียนรายงานและจรรยาบรรณทางวิชาการ                                  (15 คะแนน)
    พิจารณาความถูกต้องของรูปแบบการเขียน ความชัดเจนของภาษา การอ้างอิง และการเคารพจรรยาบรรณทางวิชาการ

รวม 70 คะแนน

ภาคผนวก ข ตัวอย่างหัวข้อการศึกษาเฉพาะบุคคล (Independent Study Topics)

ตัวอย่างหัวข้อดังต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น นักศึกษาสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานของตนเอง ภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา

  1. การประยุกต์ใช้การสื่อสารเชิงสืบสวนในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์
  2. บทบาทของการสื่อสารเพื่อการเจรจาต่อรองในการจัดการความขัดแย้งระหว่างสื่อกับแหล่งข่าว
  3. การใช้เครื่องมือสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตในการติดตามอาชญากรรมไซเบอร์
  4. จริยธรรมของผู้สื่อข่าวสืบสวนในยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล
  5. การสื่อสารเพื่อสันติภาพกับการรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้งทางสังคม
  6. การวิเคราะห์กระบวนการรายงานข่าวสืบสวนจากกรณีศึกษาในประเทศไทย
  7. การจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัยของนักข่าวสืบสวน
  8. บทบาทของนวัตกรรมการสื่อสารต่อการเปิดโปงการทุจริต

ภาคผนวก ค แบบฟอร์มโครงร่างและรายงานการศึกษาเฉพาะบุคคล

1. แบบฟอร์มโครงร่างการศึกษาเฉพาะบุคคล

  1. ชื่อเรื่องการศึกษาเฉพาะบุคคล
  2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
  3. วัตถุประสงค์ของการศึกษา
  4. ขอบเขตการศึกษา
  5. แนวคิด ทฤษฎี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  6. วิธีการศึกษาและแหล่งข้อมูล
  7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

2. โครงสร้างรายงานการศึกษาเฉพาะบุคคล (ฉบับสมบูรณ์)

บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 วิธีการศึกษา
บทที่ 4 ผลการศึกษาและการวิเคราะห์
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *