เอกสารประกอบการสอน
รายวิชา นศ463315 การฝึกงาน หรือการศึกษาเฉพาะบุคคล
สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน (ระบบการศึกษาทางไกล)
โดย อาจารย์ ดร. เสกสรรณ ประเสริฐ
ครั้งที่ 5 การสื่อสารเพื่อการเจรจาต่อรองกับงานสืบสวนสอบสวน
5.1 ความเป็นมาและความสำคัญ
การสื่อสารเพื่อการเจรจาต่อรองเป็นทักษะสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการสื่อสารเชิงสืบสวนสอบสวน เนื่องจากงานสืบสวนไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลเอกสารหรือหลักฐานเชิงกายภาพเท่านั้น หากแต่ต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์แหล่งข่าว การเจรจากับผู้ถือครองข้อมูล การขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐหรือเอกชน ตลอดจนการจัดการความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้สื่อข่าวกับผู้ถูกตรวจสอบ
ในบริบทของสาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน การเจรจาต่อรองจึงไม่ใช่เพียงทักษะการพูดโน้มน้าว แต่เป็นกระบวนการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่ต้องคำนึงถึงจริยธรรม สิทธิมนุษยชน กฎหมาย และผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจหลักการ แนวคิด และเทคนิคการเจรจาต่อรอง เพื่อประยุกต์ใช้กับประสบการณ์การทำงานจริงในวิชาการฝึกงานหรือการศึกษาเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม
5.2 แนวคิดและทฤษฎีการเจรจาต่อรองที่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวน
แนวคิดพื้นฐานของการเจรจาต่อรอง (Negotiation) หมายถึง กระบวนการสื่อสารระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป เพื่อแสวงหาข้อตกลงร่วมกันภายใต้เงื่อนไขที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ งานสื่อสารเชิงสืบสวนมักเกี่ยวข้องกับการเจรจาที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น การขอข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในองค์กร หรือการสัมภาษณ์ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบทางกฎหมาย
ทฤษฎีที่สำคัญ ได้แก่ การเจรจาแบบมุ่งผลประโยชน์ร่วม (Principled Negotiation) ซึ่งเน้นการแยกคนออกจากปัญหา การมุ่งที่ผลประโยชน์แท้จริงมากกว่าจุดยืน และการสร้างทางเลือกที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับงานสืบสวนที่ต้องรักษาความสัมพันธ์กับแหล่งข่าวในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ต้องคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระและความถูกต้องของข้อมูล
5.3 การประยุกต์การเจรจาต่อรองในกระบวนการสื่อสารเชิงสืบสวน
ในทางปฏิบัติ การเจรจาต่อรองในงานสืบสวนสอบสวนปรากฏในหลายรูปแบบ เช่น การขอสัมภาษณ์แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตน การต่อรองเงื่อนไขในการให้ข้อมูล หรือการกำหนดขอบเขตการนำเสนอข่าว การสื่อสารที่ขาดทักษะการเจรจาอาจนำไปสู่การสูญเสียแหล่งข่าว หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมายและจริยธรรม
ผู้เรียนควรฝึกวิเคราะห์สถานการณ์การเจรจาโดยเชื่อมโยงกับประสบการณ์การทำงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสื่อมวลชน งานองค์กร หรือการฝึกงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการเจรจาต่อรองในการแสวงหาข้อเท็จจริงและการนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน
5.4 จริยธรรมและข้อจำกัดทางกฎหมายในการเจรจาต่อรอง
แม้ว่าการเจรจาต่อรองจะเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่การใช้เทคนิคการเจรจาที่ไม่เหมาะสม เช่น การหลอกลวง การกดดัน หรือการให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ขัดต่อกฎหมาย ย่อมส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของผู้ปฏิบัติงานสื่อสารเชิงสืบสวน ดังนั้น ผู้เรียนต้องตระหนักถึงกรอบจริยธรรมของสื่อสารมวลชน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่ง
การเจรจาที่ดีในงานสืบสวนจึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ ความโปร่งใส และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกฝ่าย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการสื่อสารเพื่อประโยชน์สาธารณะ
5.5 ผลลัพธ์การเรียนรู้และการบูรณาการกับการฝึกงาน/การศึกษาเฉพาะบุคคล
เมื่อสิ้นสุดบทเรียนนี้ ผู้เรียนจะสามารถอธิบายแนวคิดและทฤษฎีการเจรจาต่อรองที่เกี่ยวข้องกับงานสื่อสารเชิงสืบสวน วิเคราะห์สถานการณ์การเจรจาจากประสบการณ์การทำงานจริง และประยุกต์ใช้ทักษะการเจรจาต่อรองอย่างมีจริยธรรมและประสิทธิภาพ ทั้งในบริบทของการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคล รวมถึงการประกอบอาชีพในอนาคต

คำถามท้ายบท (อัตนัย)
- อธิบายความสำคัญของการสื่อสารเพื่อการเจรจาต่อรองในงานสื่อสารเชิงสืบสวน พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงหรือกรณีศึกษา
- วิเคราะห์ปัญหาทางจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นจากการเจรจาต่อรองในงานสืบสวนสอบสวน และเสนอแนวทางในการจัดการอย่างเหมาะสม







