Headlines

การสรุปผลการเรียนรู้ การประเมินตนเอง และการเตรียมความพร้อมสู่วิชาชีพสื่อสารเชิงสืบสวน

เอกสารประกอบการสอน

รายวิชา นศ463315 การฝึกงาน หรือการศึกษาเฉพาะบุคคล
สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน (ระบบการศึกษาทางไกล)

โดย อาจารย์ ดร. เสกสรรณ ประเสริฐ

ครั้งที่ 10 การสรุปผลการเรียนรู้ การประเมินตนเอง และการเตรียมความพร้อมสู่วิชาชีพสื่อสารเชิงสืบสวน

10.1 ความสำคัญของการสรุปผลการเรียนรู้ในวิชาการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคล

วิชาการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคลถือเป็นรายวิชาปลายทาง (Capstone Course) ของหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขานวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน การสรุปผลการเรียนรู้จึงไม่ใช่เพียงการทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา แต่เป็นการสะท้อนพัฒนาการทางความคิด ทักษะ และจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้เรียนตลอดหลักสูตร

ผู้เรียนต้องสามารถอธิบายได้ว่าตนเองได้รับองค์ความรู้อะไร พัฒนาทักษะใด และสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปใช้กับการทำงานจริงหรือการประกอบอาชีพในอนาคตได้อย่างไร การสรุปผลการเรียนรู้ที่ดีจะช่วยเชื่อมโยงการศึกษาในระบบมหาวิทยาลัยเข้ากับโลกวิชาชีพอย่างเป็นรูปธรรม

10.2 การประเมินตนเองด้านความรู้ ทักษะ และจริยธรรม

การประเมินตนเองเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนตระหนักถึงจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางการพัฒนาตนเองในอนาคต ผู้เรียนควรประเมินตนเองในสามมิติหลัก ได้แก่ (1) ความรู้ทางวิชาการด้านการสื่อสารเชิงสืบสวน (2) ทักษะวิชาชีพ เช่น การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเขียนรายงาน และ (3) จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

การประเมินตนเองควรอ้างอิงจากประสบการณ์จริงในการทำงานหรือการฝึกงาน พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่ได้ศึกษาในหลักสูตร เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้อย่างมีระบบ

10.3 การเตรียมความพร้อมสู่วิชาชีพสื่อสารเชิงสืบสวน

การเตรียมความพร้อมสู่วิชาชีพสื่อสารเชิงสืบสวนไม่จำกัดอยู่เพียงทักษะด้านเทคนิค แต่รวมถึงทัศนคติ ความเข้าใจบทบาทของสื่อในสังคมประชาธิปไตย และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้เรียนควรตระหนักถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย ความปลอดภัยส่วนบุคคล และแรงกดดันทางจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานจริง

บทบาทของวิชาการฝึกงานและการศึกษาเฉพาะบุคคลจึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างการเรียนกับการทำงาน ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ทดลองบทบาทวิชาชีพในสภาพแวดล้อมที่มีการกำกับดูแลทางวิชาการ

10.4 แนวทางการจัดทำ Independent Study จากวิชาเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในปัจจุบัน

การจัดทำ Independent Study (IS) ควรเริ่มจากการเลือกหัวข้อที่ผู้เรียนมีความสนใจและมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานในปัจจุบันหรือประสบการณ์ฝึกงาน โดยอาจเลือกจากรายวิชาหลักในหลักสูตร เช่น การรายงานข่าวสืบสวน การบริหารจัดการความขัดแย้ง การสื่อสารเพื่อสันติภาพ หรืออาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา

หัวข้อ IS ที่เหมาะสมควรมีลักษณะเป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์หรือเชิงประยุกต์ ไม่จำเป็นต้องลึกเท่าสารนิพนธ์ แต่ต้องมีความเข้มข้นมากกว่ารายงานทั่วไป กล่าวคือ มีกรอบแนวคิดชัดเจน มีวิธีการศึกษา และมีการอภิปรายผลจากข้อมูลจริงหรือประสบการณ์ตรง

10.5 ตัวอย่างโครงร่างการศึกษาเฉพาะบุคคล (Independent Study Outline)

  1. บทนำ: ที่มาและความสำคัญของประเด็นที่ศึกษา ความเชื่อมโยงกับการทำงานหรือประสบการณ์จริง
  2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา: ระบุเป้าหมายการศึกษาอย่างชัดเจน
  3. ขอบเขตและวิธีการศึกษา: อธิบายลักษณะข้อมูล แหล่งข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์ (เช่น การวิเคราะห์เอกสาร การสะท้อนประสบการณ์ การศึกษากรณีตัวอย่าง)
  4. ผลการศึกษา: นำเสนอผลการวิเคราะห์หรือบทเรียนที่ได้จากการศึกษา
  5. การอภิปรายผล: เชื่อมโยงผลการศึกษากับทฤษฎีหรือแนวคิดที่เกี่ยวข้อง
  6. สรุปและข้อเสนอแนะ: สรุปผลการศึกษาและเสนอแนวทางพัฒนางานหรือวิชาชีพ

โครงร่างดังกล่าวมีระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับ IS คือ มีเนื้อหามากกว่ารายงานทั่วไป แต่ไม่ถึงระดับสารนิพนธ์

10.6 ผลลัพธ์การเรียนรู้โดยรวมของรายวิชา

เมื่อสิ้นสุดรายวิชานี้ ผู้เรียนจะสามารถบูรณาการองค์ความรู้จากรายวิชาต่าง ๆ ในหลักสูตร วิเคราะห์ประสบการณ์การทำงานของตนเองอย่างเป็นระบบ จัดทำรายงานการศึกษาเฉพาะบุคคลที่มีคุณภาพ และเตรียมความพร้อมในการประกอบวิชาชีพด้านการสื่อสารเชิงสืบสวนอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

คำถามท้ายบท (อัตนัย)

  1. สรุปผลการเรียนรู้ที่ท่านได้รับจากวิชาการฝึกงานหรือการศึกษาเฉพาะบุคคล และวิเคราะห์การนำไปใช้กับการทำงานในอนาคต
  2. เสนอแนวคิดหัวข้อ Independent Study ที่สอดคล้องกับวิชาเรียนที่ท่านสนใจและการทำงานในปัจจุบัน พร้อมอธิบายเหตุผล

บทสรุปท้ายเล่ม

ตำราเรียนและเอกสารประกอบการสอนรายวิชา นศ463315 การฝึกงาน หรือการศึกษาเฉพาะบุคคล ฉบับนี้ ได้ออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นกรอบแนวทางทางวิชาการสำหรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายในการบูรณาการองค์ความรู้จากการเรียนรู้เชิงทฤษฎีและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ เข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์และการศึกษาเฉพาะบุคคลอย่างเป็นระบบ

เนื้อหาทั้ง 10 หน่วยการเรียนได้สะท้อนภาพรวมของศาสตร์ด้านนวัตกรรมการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน ตั้งแต่ฐานคิดทางทฤษฎี จริยธรรมวิชาชีพ การจัดการความขัดแย้ง การรายงานข่าวเชิงสืบสวน การสืบค้นข้อมูล การเจรจาต่อรอง การสื่อสารเพื่อสันติภาพ ตลอดจนการออกแบบและดำเนินการ Independent Study ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรายวิชานี้

ผู้เรียนที่ศึกษาตำรานี้อย่างครบถ้วน จะสามารถพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ การสังเคราะห์องค์ความรู้ และการประยุกต์ใช้ในบริบทการทำงานจริง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานด้านการสื่อสารการสืบสวนสอบสวน และเป็นพื้นฐานสำคัญในการประกอบวิชาชีพหรือการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *